ข้อคิดในการเลือกแนวทางการศึกษาต่อ

ข้อคิดในการเลือกแนวทางการศึกษาต่อ

โดย นางสาวชุลีกร โชติดี
นักวิชาการศึกษา กลุ่มพัฒนาระบบการแนะแนว
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.

1.สำรวจตนเอง

ก่อนการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ ผู้เรียนควรตระหนักถึงความสำคัญของการรู้จักตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ หากรู้จักและทราบข้อมูลของตนเองได้อย่างถ่องแท้ ครบถ้วน ครอบคลุม จะทำให้ผู้เรียนตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะของตนเอง ดังนั้น ผู้เรียนควรสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตนเองให้ครอบคลุมทุกด้าน เช่น

  • ด้านที่เกี่ยวกับตนเอง เช่น สนใจอะไร ชอบอะไร มีความสามารถอะไร เก่งอะไร มีทักษะด้านใด
    มีความถนัดอะไร อยากเป็นอะไร อยากทำงานอะไร รวมทั้งสติปัญญา บุคลิกลักษณะ ค่านิยม ความเชื่อ สุขภาพ เป็นต้น
  • ด้านสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้เรียน ทั้งครอบครัว เพื่อน ชุมชน สังคม และอื่น ๆ พิจารณาในประเด็นต่าง ๆ เช่น ฐานะการเงินของครอบครัว ความพร้อมของครอบครัว ความคาดหวังของครอบครัว ข้อจำกัดของครอบครัว แหล่งประกอบการในชุมชน สภาพทั่วไปของชุมชน


2.สำรวจข้อมูลด้านการศึกษาต่อ/ข้อมูลด้านอาชีพ

การจัดการศึกษามุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ และทักษะเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต การศึกษาและการประกอบอาชีพจึงมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้น เมื่อผู้เรียนได้สำรวจตนเองแล้ว ควรได้สำรวจข้อมูลด้านการศึกษาและด้านอาชีพเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อเพื่อ

การประกอบอาชีพในอนาคตที่สอดคล้องกับลักษณะของตนเองให้มากที่สุด โดยค้นคว้า รวบรวมข้อมูลด้านการศึกษาต่อและหรือด้านอาชีพที่สนใจ/ต้องการมุ่งไปสู่ในอนาคตจากสื่อ/เอกสาร จากการสอบถามผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ครูแนะแนว ครูอาจารย์ และพ่อแม่ผู้ปกครอง จากการฝึกงาน/ปฏิบัติงานของตนเอง

ข้อมูลที่ผู้เรียนควรจะมีไว้เพื่อประกอบการตัดสินใจ แบ่งเป็น

2.1 ข้อมูลการศึกษาต่อเพื่อมุ่งสู่อาชีพ

ค้นคว้า ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาต่อให้ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา ได้แก่ ระดับ

การศึกษาภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ป.1-ม.6) ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. ปทส. และ ปวส.) และระดับอุดมศึกษา (ประกาศนียบัตร (ประกาศนียบัตรบัณฑิต , ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง) ,ปริญญาตรี-โท-เอก) รวมทั้งหลักสูตรระยะสั้น เช่น

 

 เมื่อ ผู้เรียนจบ ม.3 ตัดสินใจเลือกเรียนต่อสายสามัญศึกษา (ม.4-6) ก็ควรทราบข้อมูลว่า

จะเรียนในโปรแกรม/แผนการเรียนใดที่สอดคล้องกับอาชีพที่ตนต้องการ/คาดหวัง และเมื่อจบ ม.6 แล้วจะต้องเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาไหน คณะใด สาขาอะไร จึงจะนำเข้าสู่อาชีพที่อยากจะเป็น

หรือเมื่อ ผู้เรียนจบ ม.3 ตัดสินใจเลือกเรียนต่อสายอาชีวศึกษา (ปวช.) ก็ควรทราบข้อมูลว่า

จะเรียนในสาขาวิชาใดที่สอดคล้องกับอาชีพที่ตนต้องการ/คาดหวัง และเมื่อจบ ปวช.3 แล้วจะต้องสมัครงาน ในตำแหน่งใด ทำงานที่ใด หรือหากต้องการเรียนต่อควรทราบว่า จะเรียนต่อในระดับใด คณะใด สาขาอะไร สถาบันไหน

นอกจากนี้ ผู้เรียนควรพิจารณาองค์ประกอบอื่นที่มีผลต่อการตัดสินใจร่วมด้วย เช่น ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาในการศึกษา ความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษา ความสะดวกในการเดินทาง ระยะทาง ที่ตั้งของสถานศึกษา หลักสูตร คุณวุฒิเมื่อสำเร็จการศึกษา เป็นต้น

2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ

ค้นคว้า ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ เช่น

  • รายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพที่ควรทราบ เช่น อาชีพที่ตนรู้จัก อาชีพที่ตนสนใจ อาชีพที่เป็น ที่ต้องการของตลาดแรงงาน
  • ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่สนใจ การเข้าสู่อาชีพ เช่น แนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงาน ลักษณะงาน สภาพแวดล้อมการทำงาน คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ ใช้ความรู้ความสามารถอะไรในการทำงาน รายได้ สวัสดิการ สถานที่ทำงาน ข้อดี/ข้อจำกัดของอาชีพ โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ ความมั่นคงในอาชีพ

2.3 ข้อมูลความรู้และทักษะที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม

เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของตนให้พร้อมในการศึกษาต่อ ผู้เรียนควรได้พัฒนาตนให้มีความรู้และ

ทักษะอันเป็นประโยชน์ต่อการเข้าศึกษาในโปรแกรม/แผนการเรียน/สาขาวิชานั้น ๆ หรือเป็นประโยชน์ต่อ การประกอบอาชีพในอนาคต เช่น พัฒนาความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ การใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูล

ว่ายน้ำ เขียนแบบ วาดภาพ ขับรถยนต์ ขับรถจักรยานยนต์ เป็นต้น

 

3.กำหนดเป้าหมายที่จะมุ่งไปสู่

การกำหนดเป้าหมายในการศึกษาต่อเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต เป็นการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อจบการศึกษาแล้วจะเข้าสู่อาชีพที่ตนคาดหวังไว้ นับเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต กล่าวคือ หากเลือกโปรแกรม/แผนการเรียน/สาขาวิชาที่ไม่ตรงกับความสนใจ ลักษณะของตนเอง ฯลฯ

แล้วจะทำให้ผู้เรียนเข้าสู่อาชีพที่ไม่ชอบ ไม่ถนัด นำไปสู่การดำรงชีวิตอย่างไม่มีความสุข ดังนั้น การกำหนดแผนและแนวทางไปสู่เป้าหมายนั้น ผู้เรียนควรกำหนดกรอบแนวทางให้ครอบคลุมทั้งประเด็นด้านการศึกษา ด้านการออกไปประกอบอาชีพในอนาคต และด้านการพัฒนาตน โดยออกแบบแต่ละด้านควบคู่และสอดคล้องกัน ซึ่งข้อมูลทั้งสามด้านนั้นจะแยกออกจากกันไม่ได้

การกำหนดเป้าหมายชีวิตจึงควรดำเนินการอย่างรอบคอบ ใช้ข้อมูลทุกด้านประกอบการตัดสินใจ โดยนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจตนเองและสำรวจข้อมูลด้านการศึกษาต่อและด้านอาชีพ มาวิเคราะห์ร่วมกัน เช่น ความสนใจ ความสามารถ ความถนัด ความต้องการ ความคาดหวังของตนเอง/ครอบครัว ข้อจำกัดของตน ความสอดคล้อง ความเป็นไปได้ในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในโปรแกรมใด แผนการเรียนใด สาขาวิชาใด คณะใด สถาบันไหน อาชีพที่ต้องการ/คาดหวังในอนาคต รวมถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม อีกทั้งผู้เรียนควรกำหนดเป้าหมายชีวิตบนพื้นฐานการรู้จักและนับถือ/ให้เกียรติตนเอง

 

4.วางแผนอนาคต

เมื่อได้เป้าหมายที่จะมุ่งไปสู่ในอนาคตของตนแล้ว ผู้เรียนควรวางแผนอนาคตของตนเองอย่างรอบคอบ ชัดเจน ครอบคลุม และเป็นไปได้ในการปฏิบัติ โดยวางแผนมุ่งสู่การศึกษาต่อและหรือประกอบอาชีพ สอดคล้องกับความเป็นตัวตน ลักษณะนิสัย วิถีชีวิต และมีความเป็นไปได้ จึงจะทำให้แผนอนาคตนั้นได้รับ   การปฏิบัติอย่างจริงจัง

แผนอนาคตนั้นควรกำหนดเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น 1 ปี 3 ปี 5 ปี จัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนว่า จะทำอะไร อย่างไร เมื่อไร ผลที่จะเกิดขึ้นคืออะไร สิ่งที่บ่งชี้ว่าบรรลุเป้าหมายคือ   สิ่งใด/อย่างไร เป้าหมายใด ๆ จะไม่บรรลุผลสำเร็จหากผู้เรียนไม่ปฏิบัติตามเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ดังนั้น ผู้เรียนควรเสริมสร้างปัจจัยภายในให้เข้มแข็ง แข็งแกร่ง พร้อมฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย   ที่ตั้งไว้ โดยกระตือรือร้นที่จะนำตนเองไปสู่เป้าหมาย มองเห็นคุณค่าในตนเอง สร้างความเชื่อมั่นให้ตนเองว่า ตนมีความรู้ความสามารถมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำตนเองให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้เป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นจึงจะสำเร็จ

 

5.พัฒนาตนเองให้ไกล

แม้การตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อเพื่อประกอบอาชีพในอนาคตจะสอดคล้อง เหมาะสมกับลักษณะของตนเองแล้ว แต่หากผู้เรียนไม่พัฒนาตนให้เป็นผู้ใฝ่เรียน ใฝ่รู้แล้ว การประสบความสำเร็จในอนาคตย่อมเป็นไปได้ยาก

ในอนาคตทั้งในการเรียนและการทำงานย่อมมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจอีกมากประกอบกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นที่ไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้น ผู้เรียนจึงควรกระตือรือร้นพัฒนาตนให้เป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอยู่เสมอ รู้จักการปรับตัว สามารถพัฒนาตนเองได้ เป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นได้ จึงจะอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างดี มีความสุข

 

*******************

แนวคิดจาก

ศูนย์แนะแนวการศึกษาและอาชีพ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2544.
การตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษา ในแผนภูมิโลกกว้างทางการศึกษา.

 

ศูนย์แนะแนวการศึกษาและอาชีพ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2545.
ข้อคิดในการพิจารณาเลือกอาชีพ ในโลกกว้างทางอาชีพ.

 

เสาวคนธ์ นาจาน โรงเรียนวัดจระเข้ใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ,
ข้อคิดในการเลือกศึกษาต่อ.